รู้จักสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ป้องกันคุณแม่เป็นเบาหวาน ขณะตั้งครรภ์

เหล่าคุณแม่หัวอกเดียวกันต้องเคยประสบปัญหาตอนตั้งครรภ์ แล้วอยากกินแต่ของหวานๆ พวกขนมเค้ก ชาไข่มุก แต่ดันกินไม่ได้ไหมคะ? เพราะอาจเกิดปัญหาโรคเบาหวานตามมาได้ และหากเรากินของหวานมากๆ จะส่งผลเสียต่อลูกในท้องแน่นอนค่ะ เป็นช่วงที่ทรมานมากจริงๆ เราจึงขอนำเสนอ “สารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือที่เรียกว่า NNS” ให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ และกำลังประสบปัญหานี้กินแทนของหวานค่ะ

1. หญ้าหวาน (Stevia)

1. หญ้าหวาน (Stevia)
หญ้าหวาน เป็นสมุนไพรที่สกัดมาจากธรรมชาติ สามารถนำมาปรุงอาหารแทนน้ำตาลได้ทุกเมนู และทนความร้อนได้สูงถึง 200 องศา รับรองความปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียงกับสุขภาพค่ะ เรื่องรสชาติจะมีรสหวานแบบธรรมชาติ ติดปลายลิ้นนาน และไม่ขมเหมือนแอสปาร์แตม แถมยังหวานกว่าน้ำตาลถึง 300 เท่าค่ะ อย่าเพิ่งตกใจค่ะ เพราะหญ้าหวานไม่ให้พลังงาน เรียกง่ายๆ ว่า มีแคลอรี่เป็น 0 % แต่มีข้อเสีย คือ มีราคาค่อนข้างสูง หญ้าหวานมักถูกใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และคนที่ต้องการลดน้ำหนักนั่นเองค่ะ

2. ซูคราโลส (sucralose)

2. ซูคราโลส (sucralose)
เป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ใช้เพื่อเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ไม่ให้พลังงาน ซูคราโลส มักถูกผสมลงในเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ขนมอบและแป้งผสมสำหรับทำขนมอบ หมากฝรั่ง ชาและกาแฟ เป็นต้น มีความหวานมากกว่าน้ำตาล 600 เท่า จึงใช้ในปริมาณน้อยกว่าน้ำตาลมาก ให้ความหวานใกล้เคียงกับน้ำตาล แต่ไม่มีรสขมติดลิ้น ที่สำคัญ คือ ไม่ทำให้ฟันผุเหมือนทานน้ำตาล ละลายในน้ำได้ดี จึงใช้ปรุงอาหารและขนมทุกชนิดที่ต้องใช้ความร้อนสูงและไม่สูญเสียความหวาน ไม่เหมือนน้ำตาลเทียมที่ใส่ได้เฉพาะกาแฟ ที่สำคัญ คือ ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับอินซูลิน ใช้ได้ในอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และเก็บรักษาได้เช่นเดียวกับน้ำตาล มีราคาปานกลาง

3. แอสปาแตม

3. แอสปาแตม
เป็นวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล ที่มีรสชาติใกล้เคียงน้ำตาลทรายมากที่สุด จึงเป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ถูกสังเคราะห์ขึ้นจากกรดอะมิโนแอสปาร์ติกและฟีนิลอะลานีน โดยผ่านกระบวนการเคมี เหมาะสำหรับใส่ในเครื่องดื่มมากกว่าใช้ปรุงอาหาร เพราะอาจจะละลายได้ เมื่อเจอความร้อนที่สูงมากๆ แอสปาร์แตมยังเป็นสารสังเคราะห์ที่หากได้รับในปริมาณมากๆแล้ว จะเกิดการสะสมในร่างกาย แอสปาแตม มีความหวานมากกว่าน้ำตาล 200 เท่า ข้อเสียของแอสปาเเตม คือ สลายตัวในอุณหภูมิที่สูง จึงมักเห็นคำแนะนำไม่ให้ใช้ในอาหารขณะที่กำลังปรุงบนเตา เพราะจะทำให้รสชาติของอาหารเปลี่ยนไปจากที่ปรุงตอนแรก